1. จะมาตรวจเลือดที่คลินิก จำเป็นต้องนัดหมายล่วงหน้าหรือไม่ ?
  ตอบ - ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 โปรดนัดหมายเวลาไว้ล่วงหน้า โดยขอให้ท่านแจ้งชื่อ เวลาที่จะเข้ามาใช้บริการ และรายการตรวจไว้ เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ จะได้ลงทะเบียนรายการตรวจ และคำนวณค่าใช้จ่ายไว้ให้ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการให้บริการให้รวดเร็วขึ้น และไม่เกิดความแออัดในคลินิก
2. มาใช้บริการช่วงไหน สะดวก คนไม่เยอะ ?
  ตอบ - กรณีที่เป็นรายการตรวจที่ต้องอดอาหาร เช่น ตรวจเบาหวาน ไขมันในเลือด แนะนำให้มาในช่วงเช้า 8.30-10.00 น. แต่หากเป็นรายการที่ไม่ต้องอดอาหาร เช่น ตรวจเม็ดเลือด การทำงานของตับ ไต เอชไอวี ไวรัสตับอักเสบ ไทรอยด์ ฯ แนะนำให้มาช่วงเวลา 18.00-20.00 น. (จันทร์-ศุกร์) เนื่องจากเป็นช่วงที่ลูกค้ามาใช้บริการไม่เยอะ และหาที่จอดรถได้ง่ายกว่าช่วงเวลาอื่น ส่วนช่วงเวลาที่ควรหลีกเลี่ยงคือ 16.00-18.00 น. เนื่องจากคลินิกอยู่ใกล้กับโรงเรียนหลายแห่ง การจราจรจึงค่อนข้างติดขัดและหาที่จอดรถยากในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ หากท่านลูกค้าไม่สะดวกในช่วงเวลาที่แนะนำ ก็สามารถเข้ามาในช่วงเวลาอื่นที่ตนเองสะดวกก็ได้ ซึ่งทางคลินิกจะมีนักเทคนิคการแพทย์ประจำอยู่ ตลอดช่วงเวลาทำการของคลินิกโดยไม่มีหยุดพักเที่ยง
3. ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง อดอาหาร หรือไม่ ?
  ตอบ - กรณีที่ท่านลูกค้าต้องการตรวจสุขภาพทั่วไป หรือตรวจสุขภาพประจำปี (ตรวจโปรแกรม 1, 2, 3) หรือตรวจไขมัน เบาหวาน จะต้องอดอาหาร 10-12 ชม.ก่อนเจาะเลือด (ดื่มน้ำเปล่าได้) นอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชม. สุภาพสตรีหากมีตรวจปัสสาวะด้วย ให้เข้ามาตรวจหลังประจำเดือนหมดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ไม่ควรเข้ามาตรวจปัสสาวะในช่วงที่มีประจำเดือน แต่หากเป็นรายการตรวจอื่นๆ เช่น ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) ตรวจค่าการทำงานของตับ ไต ไวรัสตับอักเสบ เอชไอวี ซิฟิลิส ไทรอยด์ กรดยูริก สารบ่งชี้มะเร็ง ตรวจเตรียมศัลยกรรม หรือเตรียมมีบุตร รายการตรวจเหล่านี้ ไม่จำเป็นต้องอดอาหารก่อนเจาะเลือด ทั้งนี้ หากท่านลูกค้าไม่แน่ใจ สามารถโทรมาสอบถามทางคลินิกก่อนได้ ที่หมายเลข 053-271415, 083-945-9142
4. แพคเกจ/โปรแกรมตรวจสุขภาพที่คลินิก เหมือนกับที่โรงพยาบาลหรือไม่ ?
  ตอบ - แพคเกจ/โปรแกรมตรวจสุขภาพของคลินิก จะมีทั้งในส่วนที่เหมือนและไม่เหมือนกัน แพคเกจ/โปรแกรมตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล จะมีบางรายการตรวจที่ทางคลินิกไม่มี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรายการตรวจที่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ หรือแพทย์เฉพาะทาง เช่น การเอกซเรย์ปอด อัลตราซาวนด์ ตรวจวัดคลื่นหัวใจ ส่องกล้อง ตรวจภายใน เป็นต้น ส่วนรายการตรวจพื้นฐานทั่วไปจะเหมือนๆกัน เช่น ตรวจเบาหวาน ไขมันในเลือด ตรวจปัสสาวะ ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ตรวจค่าการทำงานของตับ ไต ไทรอยด์ฮอร์โมน และสารบ่งชี้มะเร็งต่างๆ เป็นต้น
5. รอผลตรวจเลือดนานไหม ?
  ตอบ - ระยะเวลาในการรอผลตรวจ จะขึ้นอยู่กับรายการตรวจนั้นๆ เช่น ถ้าตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจหมู่เลือด เอชไอวี ไวรัสตับอักเสบ ซิฟิลิส จะรอผลประมาณ 5-20 นาที หากตรวจเบาหวาน ไขมันในเลือด ค่าการทำงานของตับ ไต กรดยูริก ไทรอยด์ สารบ่งชี้มะเร็ง หรือตรวจตามโปรแกรมตรวจสุขภาพทั่วไป โปรแกรม 1, 2, 3 จะรอผลประมาณ 1 วัน แต่หากเป็นรายการตรวจพิเศษ (Special test) ที่ทางคลินิกไม่สามารถตรวจได้เอง และต้องส่งไปตรวจต่อที่อื่น เช่น ตรวจฮอร์โมนเพศ ธาลัสซีเมีย ดาวน์ซินโดรม ฯลฯ อาจจะต้องรอผลมากกว่า 1 วันขึ้นไป ซึ่งท่านลูกค้าสามารถโทรสอบถามระยะเวลารอผลก่อนเข้ามาเจาะเลือดได้ ที่หมายเลข 053-271415, 083-945-9142 กรณีเป็นผลตรวจที่ต้องรอนาน ทางคลินิกมีบริการส่งผลให้ทาง Email / Line ได้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับท่านลูกค้า หากไม่สะดวกที่จะเข้ามารับผลเอง
6. ทางคลินิก มีเจ้าหน้าที่ช่วยอธิบายผลตรวจให้หรือไม่ ?
  ตอบ - ทางคลินิก จะมีนักเทคนิคการแพทย์คอยให้คำปรึกษา แนะนำ และอธิบายผลตรวจให้ หากท่านลูกค้าได้รับผลตรวจแล้วไม่เข้าใจ สามารถสอบถามนักเทคนิคการแพทย์ประจำคลินิกได้ตลอดเวลาทำการ ทั้งทางโทรศัพท์หมายเลข 053-271415, 083-945-9142 และทางไลน์ ID: cmf_lab
7. มาตรวจเลือดแล้ว ต้องมารับผลตรวจเองหรือไม่ สามารถส่งผลออนไลน์ได้ไหม ?
  ตอบ - กรณีที่ท่านลูกค้าไม่สะดวกเข้ามารับผลเอง หรือเป็นรายการตรวจที่ต้องรอผลหลายวัน ทางคลินิกสามารถส่งผลให้ท่านทางอีเมล หรือทางไลน์ได้
8. สามารถชำระค่าบริการ แบบไหนได้บ้าง ?
  ตอบ - ท่านลูกค้าสามารถชำระค่าบริการได้ทุกช่องทาง ทั้งเงินสด รูดบัตร โอนผ่านธนาคาร หรือพร้อมเพย์ ซึ่งไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆเพิ่มเติม
9. ทางคลินิก รับตรวจสุขภาพนอกสถานที่ด้วยหรือไม่ ?
  ตอบ ทางคลินิกยังไม่เปิดให้บริการในส่วนนี้ เนื่องจากยังไม่มีความพร้อมทางด้านบุคลากร และเครื่องมือต่างๆ เช่น เครื่องเอ๊กซ์เรย์ เครื่องตรวจวัดการได้ยินฯ จึงยังไม่สะดวกที่จะให้บริการตรวจสุขภาพนอกสถานที่ให้กับบริษัท หรือห้างร้านต่างๆ จะมีแต่บริการเจาะเลือดนอกสถานที่ ให้กับท่านลูกค้าที่ไม่สะดวกเข้ามาที่คลินิกเท่านั้น
10. เจาะเลือดนอกสถานที่ คิดค่าบริการยังไง ต้องนัดหมายหรือไม่ ?
  ตอบ - ค่าบริการเจาะเลือดนอกสถานที่ขึ้นอยู่กับระยะทาง หากอยู่ในบริเวณตัวเมืองเชียงใหม่ ไม่ไกลจากคลินิกมากนัก (ห่างจากคลินิกไม่เกิน 5 km) จะคิดค่าบริการ เริ่มต้นที่ 200 บ. แต่หากอยู่ไกลออกไปเป็นถนนวงแหวนรอบ 2 หรือ 3 จะคิดค่าบริการเริ่มต้นที่ 300 บ. ส่วนการนัดหมายนั้น จะรบกวนให้ท่านลูกค้านัดหมายล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 วัน เนื่องจาก จนท.ที่รับเจาะเลือดนอกสถานที่มีอยู่เพียงท่านเดียว ซึ่งอาจจะมีคิวเจาะเลือดให้กับลูกค้าท่านอื่นในวันนั้นๆ โดยจะสามารถไปให้บริการได้เพียงวันละ 1 แห่งเท่านั้น
11. ต้องนำผลตรวจเลือดไปสมัครงาน แต่ไม่อยากเจาะเลือด ทางคลินิกสามารถออกใบรับรองผลตรวจให้ได้หรือไม่ ?
  ตอบ - ไม่สามารถออกให้ได้ เนื่องจากการออกใบรับรองผลอันเป็นเท็จ ถือเป็นเรื่องผิดกฏหมาย และผิดจรรยาบรรณวิชาชีพชีพอย่างร้ายแรง
12. มีโปรแกรมตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงานหรือไม่ ?
 

ตอบ - การตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน แต่ละบริษัท แต่ละนายจ้างหรือสถานประกอบการ จะมีรายการตรวจที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งทางคลินิกจะสามารถตรวจให้ได้ เฉพาะรายการตรวจที่ตรวจได้จากเลือดหรือปัสสาวะเท่านั้น โดยจะมีรายการตรวจที่เป็นพื้นฐานให้ 4 รายการ คือ

1. ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)

2.ตรวจสารเสพติดในปัสสาวะ (Methamphetamine)

3.ตรวจไวรัสตับอักเสบบี (HBs Ag)

4.ตรวจการตั้งครรภ์ (Pregnancy test) *เฉพาะท่านหญิง

ค่าบริการ ท่านชาย 400 บ. ท่านหญิง 500 บ.

สำหรับรายการตรวจอื่นๆที่ไม่อยู่ในโปรแกรม แต่ท่านลูกค้าสามารถเลือกตรวจเพิ่มเติมได้ ได้แก่ ตรวจหมู่เลือด(50฿) ตรวจเอชไอวี(500฿) ตรวจไวรัสตับอักเสบเอ(500฿) ตรวจซิฟิลิส(150฿) ตรวจหาพยาธิและเพาะเชื้อจากอุจจาระ(500฿) กรณีที่เป็นรายการตรวจอื่นๆ ได้แก่ เอกซเรย์ปอด ตรวจวัดการมองเห็น การได้ยิน โรคเรื้อน เท้าช้าง หรือรายการตรวจอื่นๆที่ต้องใช้วิธีตรวจร่างกายโดยแพทย์ หรือใช้เครื่องมือพิเศษช่วย ทางคลินิกไม่สามารถตรวจให้ได้ แนะนำให้ท่านลูกค้าตรวจที่โรงพยาบาลจะสะดวกกว่า เนื่องจากทางโรงพยาบาลจะมีให้บริการครบทุกรายการตรวจ

13. แพทย์นัดให้ไปเจาะเลือดตรวจที่โรงพยาบาล สามารถมาเจาะเลือดตรวจที่นี่ แล้วนำผลไปให้แพทย์ได้หรือไม่ ?
  ตอบ - อาจจะได้ หรือไม่ได้ ขึ้นอยู่กับแพทย์เจ้าของไข้แต่ละท่าน และรายการที่ต้องตรวจ กรณีที่เป็นรายการตรวจพื้นฐานทั่วไป เช่น ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) ตรวจปัสสาวะ (Urine analysis) ตรวจเบาหวาน (FBS) ไขมันในเลือด (Lipid profile) ตรวจค่าการทำงานของตับ (LFT) ไต (BUN, Creatinine) แพทย์อาจจะอนุญาตให้ใช้ผลตรวจจากแล็บข้างนอกได้ แต่ถ้าเป็นรายการตรวจพิเศษอื่นๆที่ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ เช่น ตรวจหาปริมาณไวรัสในเลือด (viral load) ตรวจสารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor markers) แพทย์อาจเจาะจงให้ใช้ผลตรวจจากแล็บของโรงพยาบาลเท่านั้น เพื่อป้องกันความแปรปรวนของผลตรวจ ซึ่งอาจจะมีผลต่อการรักษาได้ ดังนั้น จะแนะนำให้ท่านลูกค้าสอบถามแพทย์เจ้าของไข้ก่อน ว่าสามารถใช้ผลตรวจจากแล็บข้างนอกได้หรือไม่
14. มาตรวจเลือดที่นี่ บริษัทประกันต่างๆ จะทราบข้อมูลการตรวจหรือไม่ ?
  ตอบ - ทางคลินิกมีนโยบายในการรักษาความลับของลูกค้า และปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพอย่างเคร่งครัด บริษัทประกัน หรือบุคคลภายนอก จะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของลูกค้าได้ แต่หากท่านลูกค้ารู้สึกกังวลใจ สามารถเข้ามาใช้บริการได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ชื่อจริงก็ได้ (ตามข้อกำหนดสิทธิของผู้ป่วยข้อที่ 6 ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับการปกปิดข้อมูลของตนเอง) ยกเว้นการตรวจเพื่อสมัครงาน บวช หรือนำไปใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมาย ซึ่งจะต้องใช้ชื่อ-นามสกุลจริง และยื่นบัตรประจำตัวเพื่อยืนยันตัวบุคคลด้วย
15. รู้สึกเป็นไข้ ไม่สบาย อยากตรวจเลือดเพื่อดูว่าเป็นโรคอะไร สามารถมาตรวจที่นี่ ได้หรือไม่ ?
  ตอบ - เนื่องจากทางคลินิก เป็นคลินิกทางด้านเทคนิคการแพทย์หรือคลินิกแล็บ ไม่ได้มีแพทย์ประจำอยู่เหมือนโรงพยาบาลหรือคลินิกหมอ และเป็นคลินิกแล็บขนาดเล็ก ไม่ได้มีชุดตรวจโรคครบหมดทุกโรค ดังนั้น จะสามารถตรวจวินิจฉัยได้เฉพาะบางโรคเท่านั้น เช่น ไข้เลือดออก เอชไอวี ไวรัสตับอักเสบ ซิฟิลิส เป็นต้น กรณีที่เจ็บป่วยด้วยโรคอื่นๆ ที่ต้องใช้การตรวจร่างกายหรือวินิจฉัยอาการทางคลินิกประกอบ หรือต้องใช้เครื่องมือพิเศษ ชุดตรวจโรคพิเศษ หรือการเพาะเชื้อ เช่น ไข้หวัด ปอดบวม โรคหัวใจ ท้องเสีย โรคติดเชื้ออื่นๆ โรคต่างๆเหล่านี้ ทางคลินิกไม่สามารถวินิจฉัยโรคให้ได้ แต่จะสามารถตรวจแล็บเบื้องต้นให้ได้ เช่น ตรวจดูความผิดปกติของเม็ดเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจค่าการทำงานของตับ ไต ซึ่งอาจจะต้องรบกวนให้ท่านลูกค้านำผลตรวจไปพบแพทย์อีกที
16. ที่นี่ ออกใบรับรองแพทย์ให้ได้หรือไม่ ?
  ตอบ - ไม่สามารถออกให้ได้ เนื่องจากการออกใบรับรองแพทย์ ต้องออกโดยแพทย์ ซึ่งทางคลินิก เป็นคลินิกทางด้านเทคนิคการแพทย์หรือคลินิกแล็บ ไม่ได้มีแพทย์ประจำอยู่ จึงไม่สามารถออกให้ได้ ดังนั้น จะแนะนำให้ท่านลูกค้าไปที่โรงพยาบาลหรือคลินิกหมอ จะสะดวกกว่า (คลินิกแล็บ จะออกใบรับรองให้ได้ เฉพาะ "ใบรับรองผลการตรวจเลือด" เท่านั้น เช่น ออกใบรับรองผลตรวจเอชไอวี เพื่อนำไปบวช ออกใบรับรองผลตรวจซิฟิลิส เพื่อนำไปต่อใบอนุญาตทำงาน เป็นต้น)
17. ถ้ามาตรวจเลือดที่คลินิก แล้วผลตรวจผิดปกติ จะมีแพทย์รักษาหรือไม่ ?
  ตอบ - เนื่องจากทางคลินิก เป็นคลินิกทางด้านเทคนิคการแพทย์หรือคลินิกแล็บ ไม่ได้มีแพทย์ประจำอยู่เหมือนโรงพยาบาลหรือคลินิกหมอทั่วไป ดังนั้น จะไม่สามารถให้การรักษาหรือจ่ายยาให้ได้ กรณีที่ผลตรวจผิดปกติและจำเป็นต้องเข้ารับการรักษา ทางคลินิกจะแนะนำแพทย์เฉพาะทางโรคนั้นๆให้ได้ ซึ่งอาจต้องรบกวนให้ท่านลูกค้านำผลตรวจเลือดไปพบแพทย์อีกที
18. มาตรวจเลือดที่นี่ แล้วไปตรวจซ้ำที่โรงพยาบาล หรือคลินิกแล็บที่อื่น ทำไมผลตรวจไม่เท่ากัน ?
  ตอบ - ผลตรวจรายการตรวจเดียวกัน แต่ตรวจต่างที่ ต่างเวลากัน ผลตรวจอาจไม่เท่ากัน เนื่องจากห้องแล็บแต่ละที่ ใช้เครื่องมือหรือน้ำยาตรวจที่แตกต่างกัน แต่ทั้งนี้ ผลตรวจที่ได้ควรไปในทิศทางเดียวกัน เช่น ค่าสูงเหมือนกัน ค่าต่ำเหมือนกัน
19. จะมาตรวจเอชไอวี ต้องยื่นบัตรประจำตัวด้วยหรือไม่ และถ้าพบว่าติดเชื้อ รักษาได้ไหม ต้องทำอย่างไร ?
  ตอบ - กรณีที่ท่านลูกค้า ต้องการตรวจเพื่อทราบผลเฉยๆ ไม่ได้นำไปใช้สมัครงาน บวช ทำศัลยกรรม หรือนำไปใช้เป็นหลักฐานอื่นๆทางกฏหมาย ไม่จำเป็นต้องยื่นบัตรประจำตัว (เป็นไปตามสิทธิของผู้ป่วยข้อที่ 6 ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับการปกปิดข้อมูลของตนเอง) กรณีที่ตรวจแล้วพบว่าติดเชื้อเอชไอวี ในปัจจุบัน ถือว่าเป็นโรคที่รักษาได้ ผู้ป่วยสามารถรักษาได้ฟรีตามสิทธิของตนเอง เช่น บัตรทอง ประกันสังคม สิทธิข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ แต่หากไม่อยากไปรักษากับแพทย์ที่โรงพยาบาล เพราะกังวลใจในเรื่องประวัติหรือข้อมูลส่วนตัว กลัวว่าบุคคลภายนอกจะรู้ อยากจะรักษากับแพทย์ที่ประจำอยู่คลินิกข้างนอก เพื่อจะได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า (ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง) ทางคลินิกก็สามารถแนะนำแพทย์เฉพาะทางให้ได้
20. การตรวจสารบ่งชี้มะเร็งจากเลือด (Tumor markers) มีความแม่นยำมากขนาดไหน ?
  ตอบ - การตรวจสารบ่งชี้มะเร็งจากเลือด (Tumor markers) มีความแม่นยำไม่ถึง 100 % และมากน้อยแตกต่างกันไปในมะเร็งแต่ละชนิด ดังนั้น หากผลตรวจออกมาผิดปกติ อาจไม่ใช่มะเร็งเสมอไป ซึ่งจะแนะนำให้ท่านลูกค้านำผลตรวจเลือดไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยด้วยวิธีอื่นๆเพิ่มเติม เช่น หากสารบ่งชี้มะเร็งลำไส้สูง (CEA) แนะนำให้ตรวจด้วยวิธีการส่องกล้อง หากสารบ่งชี้มะเร็งเต้านมสูง (CA 15-3) แนะนำให้ตรวจด้วยเครื่องแมมโมแกรม หากสารบ่งชี้มะเร็งตับสูง (AFP) แนะนำให้อัลตราซาวนด์ช่องท้อง เอ็มอาร์ไอ (MRI) หรือให้แพทย์ตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ เป็นต้น
21. รับตรวจเลือดเพื่อเตรียมไปทำศัลยกรรมหรือไม่ ค่าบริการเท่าไหร่ ตรวจอะไรบ้าง ?
  ตอบ - รับตรวจ ค่าบริการอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับรายการสั่งตรวจของแพทย์ประจำคลินิกศัลยกรรมแต่ละที่ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 100 - 2,000 บ. โดยรายการที่แพทย์มักจะสั่งตรวจได้แก่ ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) / ตรวจการแข็งตัวของเลือด (PT+INR, PTT) / ตรวจเอชไอวี (Anti-HIV) / ไวรัสตับอักเสบบี (HBsAg) / ตรวจค่าการทำงานของไต (BUN, Creatinine) / ตรวจระบบเกลือแร่ในร่างกาย (Electrolyte) เป็นต้น ซึ่งหากท่านลูกค้าได้รับใบสั่งตรวจจากแพทย์แล้ว สามารถโทรมาสอบถามค่าบริการตรวจ และระยะเวลารอผลได้ ที่หมายเลข 053-271415, 083-945-9142
22. เคยตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBV) อยากทราบว่าเป็นแค่พาหะหรือเป็นโรค ต้องทำอย่างไร ?
  ตอบ - กรณีที่ตรวจพบตัวเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBsAg = Positive) นานติดต่อกันมากกว่า 6 เดือน ถือว่าเป็นพาหะ แนะนำให้ตรวจดูค่าการทำงานของตับ (Liver Function Test, LFT) และสารบ่งชี้มะเร็งตับ (AFP) เป็นระยะๆทุก 3-6 เดือน เนื่องจากผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ จะมีโอกาสเป็นมะเร็งตับมากกว่าคนปกติ กรณีที่ผลตรวจเลือดออกมาปกติ อาจไม่จำเป็นต้องรักษาใดๆ ทั้งนี้ จะแนะนำให้นำผลตรวจเลือดไปพบแพทย์ เพื่อทำการตรวจร่างกายหรือวินิจฉัยด้วยวิธีอื่นๆเพิ่มเติม ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ว่า ผลตรวจวินิจฉัยโดยรวม มีความผิดปกติหรือไม่ อย่างไร และจำเป็นต้องให้การรักษาหรือไม่
23. ไปบริจาคเลือดที่กาชาดมา แล้วได้รับหนังสือแจ้งว่าผลเลือดผิดปกติ อยากตรวจซ้ำ ต้องตรวจอะไรบ้าง ค่าบริการเท่าไหร่ ?
  ตอบ - โดยทั่วไป การตรวจคัดกรองเลือดที่รับบริจาค จะตรวจอยู่ 4 โรค คือ 1.เอชไอวี (HIV) 2.ไวรัสตับอักเสบ บี (HBV) 3.ไวรัสตับอักเสบ ซี (HCV) และ 4.ซิฟิลิส (Syphilis) กรณีที่ท่านลูกค้าได้รับหนังสือแจ้งจากกาชาดว่าผลตรวจเลือดผิดปกติ หากกาชาดไม่ได้ระบุว่าเป็นโรคไหน ก็อาจจะเป็นโรคใดก็ได้ใน 4 โรคนี้ หรือ อาจจะไม่เป็นโรคใดๆเลยก็ได้ ทั้งนี้ เนื่องจากว่าน้ำยาที่ใช้ตรวจในการคัดกรองเลือดบริจาค จะมีความไว (Sensitivity) มากกว่าน้ำยาที่ใช้ตรวจเพื่อการวินิจฉัยโรคทั่วไป ซึ่งอาจจะให้ผลบวกปลอมได้ (ไม่ได้เป็นโรคจริง แต่ผลตรวจออกมาเป็นบวก) ดังนั้นจึงยังไม่ต้องกังวลหากได้รับหนังสือแจ้งมา ส่วนการจะตรวจเช็คซ้ำนั้น การตรวจทั้ง 4 รายการ ค่าบริการ = 1,100 บ. (เอชไอวี=500 บ./ไวรัสตับอักเสบบี=200 บ./ไวรัสตับอักเสบซี=300 บ./ซิฟิลิส=100 บ.) รอผลตรวจประมาณ 20-30 นาที
24. อยากตรวจเบาหวาน แต่ไม่ได้อดอาหารมา สามารถตรวจได้หรือไม่ ?
  ตอบ - สามารถตรวจได้ เนื่องจากการตรวจเบาหวานหรือระดับน้ำตาลในเลือด มีอยู่ 2 แบบ คือ 1.การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ณ เวลานั้นๆ (FBS) ซึ่งวิธีนี้จะต้องอดอาหารมา 8-10 ชม. ค่าตรวจ 60 บ. ทราบผลได้ทันที (สามารถเจาะเลือดปลายนิ้วตรวจได้) ส่วนแบบที่ 2 คือ การตรวจวัดระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสม (HbA1c) ซึ่งการตรวจวิธีนี้ ท่านลูกค้าไม่จำเป็นต้องอดอาหาร เป็นการตรวจวัดระดับน้ำตาลโดยเฉลี่ย ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ค่าตรวจ 300 บ. รอผลตรวจประมาณ 20 นาที
25. โปรแกรมตรวจเลือด"เตรียมมีบุตร" ของที่นี่ เหมือนกับที่โรงพยาบาลหรือไม่ สามารถนำไปใช้ฝากครรภ์ต่อได้หรือไม่ ?
  ตอบ - รายการตรวจในโปรแกรมเตรียมมีบุตรของคลินิก จะเหมือนกับที่โรงพยาบาล และสามารถนำไปใช้ฝากครรภ์ต่อได้ โดยรายการตรวจหลักๆที่ต้องตรวจคือ ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) /โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย (Thalassemia) /ตรวจเอชไอวี (Anti-HIV) /ไวรัสตับอักเสบบี (HBsAg) /ไวรัสตับอักเสบ ซี (Anti-HCV) /ซิฟิลิส (Syphilis) /ตรวจหมู่เลือด (ABO & Rh blood group) /ตรวจเช็คภูมิคุ้มกันต่อโรคหัดเยอรมัน (Rubella IgG) โดยค่าบริการในแต่ละสถานพยาบาลอาจแตกต่างกันไป สำหรับค่าบริการที่ ซีเอ็มเอฟ แล็บ คลินิก ท่านชาย = 1,400 บ. ท่านหญิง = 1,600 บ. รอผลตรวจประมาณ 7 วัน